วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

จาตุรนต์ ซัดธาตุแท้ ปชป. ไม่เคยคิดแก้ รธน.

“จาตุรนต์” ซัดธาตุแท้ ปชป.ไม่เคยคิดแก้รธน. ชี้ เหตุกล้าหักพรรคร่วม เพราะจับไต๋ได้ว่าไม่อยากยุบสภา เพราะกลัวเสียเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญในมือ...

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติไม่แก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้แสดงให้เห็นธาตุแท้ของพรรคการเมืองนี้ว่า ไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยแต่อย่างใดทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์กับพันธมิตรและพรรคการเมือง ใหม่มีจุดยืนทางการเมืองอย่างเดียวกันคือปกป้องรักษารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไว้โดยไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยน ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีปัญหามากมายแค่ไหนก็ตาม

โดยหากย้อนกลับ ไปก่อนที่จะมีการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้เคยแสดงความเห็นไว้ว่าให้รับไปก่อนแล้วจะแก้ภายหลัง และหลังเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว รัฐสภาได้มีการประชุมหารือร่วมกันเพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการ เมือง สมาชิกรัฐสภาจำนวนมากได้เสนอให้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือให้แก้รัฐธรรมนูญ

ในครั้งนั้นนายกรัฐมนตรีได้พูดต่อที่ประชุม รัฐสภาอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าหากรัฐสภาเห็นอย่างไรก็ให้เสนอมาพร้อมจะเอาด้วย ซึ่งรัฐสภาตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ขึ้นมาได้มีข้อเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น แต่สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์กลับไม่สนใจใยดีกับความพยายามแก้ปัญหาความขัด แย้งดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย

นายจาตุรนต์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์คงประเมินแล้วว่า ถือแต้มต่อพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายซึ่งคงไม่อยากให้ยุบสภาเร็วนัก เพราะยังต้องการอยู่ในอำนาจต่อไปและหากมีการเลือกตั้งใหม่ในเร็วๆนี้ก็ย่อม ต้องใช้กติกาแบ่งเขตแบบเดิม ซึ่งพรรคการเมืองเล็กๆเห็นว่าตนเองเสียเปรียบพรรคใหญ่ นอกจากนั้นก็รู้ไต๋พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายว่าย่อมเสียดายกระทรวงใหญ่ที่พวก เขาได้มาโดยเงื่อนไขพิเศษ หากมีการเลือกตั้งใหม่ย่อมไม่ง่ายที่จะได้กระทรวงสำคัญๆเช่นนี้อีก พรรคประชาธิปัตย์จึงเลือกที่จะดำรงความได้เปรียบในการเลือกตั้งเหนือพรรค เล็กต่อไป ด้วยการไม่แก้รัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของพรรคร่วมรัฐบาล โดยไม่กลัวว่าพรรคร่วมจะตีรวนจนถึงขั้นต้องยุบสภา แต่นั่นไม่น่าสนใจเท่ากับคำถามว่านายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์คิดอย่าง ไรกับการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยคิดอย่างไรกับการแก้ปัญหาความขัดแย้ง และการสร้างความสมานฉันท์ในสังคม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น